Chanmit さんのプロフィール~*.:。✿*Mijji-San゚‘゚・✿.。....フォトブログリストその他 ツール ヘルプ

Kaewprommal Chanmit

職業
ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝัน หกล้มคลุกคลานเท่าไหร่ มันจะไปจบที่ตรงไหน แต่จะยังงัยก็ต้องไปให้ถึง ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำว่าครั้งนึงเคยก้าวไป แค่คนที่เชื่อในความฝันจะเหน็ดจะเหนื่อยก็ยังต้องเดินต่อไป...

~*.:。✿*Mijji-San゚‘゚・✿.。.:* ~

~อยากเป็นคนที่เธอรัก อยากเป็นคนที่เธอนั้นจะมาเข้าใจ~
1月21日

เรียนเชิญคับ

 
 
ใน space มันพื้นที่เก็บรูปน้อยไปหน่อยเลยขยายสาขา 2 น่ะคับ ยังงัยเรียนเชิญไปชมกันนะคับ
5月15日

ฟักไข่อินเทรน

หมู่นี้เวลาไปเล่นเวปบอร์ดที่ไหนที่มีลายเซ็นท์ส่วนตัว หรือไปตาม blog ต่างๆชอบเจอ "ไข่" ใบกระจ้อยห้อยอยู่เรียงรายพร้อมมีวันที่ฟักติดอยู่ข้างใต้ ก็สงสัยอยู่ตั้งนานว่ามันคืออาราย ในที่สุดก็มีผู้ไขความกระจ่างให้เรา(คือพี่พีทนั่นเอง) สนใจก็ไปลองดูได้ที่นี่เรย
 
ว่าแล้วก็ขอเอาเจ้าไข่น้อยมาฟักเล่นจั๊ก 2-3 ใบ จะออกมาเป็นตัวไรน๊า....ลุ้นๆ
 
3月26日

...รักคือภาพลวง...

Eye On Me (V.Thai), Retrospect
 
 
รักคือภาพลวง แสรดดดดดดดดดดดดด!!!!!ว่ะ ฮ่ะ ฮ่า ฮ่า!!!
ปิดตัวเองไม่ให้มองเห็นรอบข้างซักพักใหญ่ๆ แปลงใจแปลงกายเป็นชายใจหมา บูชาเทพีแห่งความอ้างว้าง มองเห็นแต่แสงสว่างกระจ่างตา บอกลาทีแสงสีอันหลอกลวง วาจาอันจาบจ้วงแห่งสัจจะ คือสิ่งที่จะเป็นนิรันดร์กาลแห่งห้วงความคำนึง สิ่งแท้...อ๊าคคคคคคค!!!!! ขอจิตวิญญาณ hardcore สถิตย์อยู่กับท่าน
 
ps.วจีเหล่านี้หาใช่เนื้อเพลงไม่ เป็นเพียงถ้อยแถลงเลือนลาง ไร้คุณค่าหากปราศจากความหมายใด ดุจไฟกาญผลาญชีวีรัตติกาลมอดไหม้
3月17日

~Survivor~

สู้!!! ต้องสู้!!!! ต้องรอด!!! ไม่สู้ก็ไม่รอด!!!!!! ต้องสู้!!!! ต้องรอด!!! ไม่สู้เราก็คงไม่รอด!!!!!!
 
2月12日

แถลงการณ์เบี้ยวนัดงาน CS get

เมื่อวันเสาร์ที่ 11 กพ. ข้าพเจ้าได้เบี้ยวนัดเพื่อนๆที่นัดไว้ว่าจาไปงาน CS Get กัน
เลยมาขออภัยอย่างเป็นทางการไว้ในนี้พร้อมชี้แจงเหตุผลค๊าบ
ก่อนอื่น
"โต่ดก๊าบบ" :p
 
เหตุการณ์วันที่ 11 เกิดขึ้นดังนี้
ตื่นมาช่วงบ่ายๆ หาไรกินเล็กน้อย เห็นเวลาเหลือเยอะ
เลยนั่งดู DVDเรื่อง Billy Elliot ซึ่งเคยดูในโรงมาแล้วแหละ
แต่ว่าประทับใจเลยหาซื้อสะสม แต่ก็นับว่าหายากทีเดียว
ต้องขอบคุณพี่เบนซ์(หมีโฮก)ที่ซื้อมาฝากจากแม่สาย
ซึ่งได้มาเป็นฉบับพิเศษมีการเพิ่มฉากใหม่ๆที่ไม่มีในโรงไปด้วย
ทำให้อารมณ์สมบูรณ์ขึ้นมาก ประทับใจมากๆคับ ถ้ามีโอกาสควรหามาดูกัน
พอดูจบก็ใกล้ได้เวลา เลยอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย
ก่อนออกจากบ้านก็เอะใจ เอ๊ะ มีใครจะไปมั่งยัง เริ่มโทรหาเพื่อนๆ
ก็งงๆนิดหน่อยทุกคนมีแววเบี้ยวกันหมดเลย
แต่ที่แน่ๆไปกันดึกๆหมด เราเลยหมดความคิดที่จะรีบไปเพื่อให้ได้คุยกันนานๆ
ก็เอาเหอะ ไว้ค่อยออกไปดึกๆก็ได้ แต่ก็นะแต่งตัวแล้วนิทำไรดี
พอดีที่ท่าพระจันทร์มีจัดคอนเสิร์ทหาทุนช่วยเหลือเด็กพิการกับโครงการ
แลกรัก : แรกรัก ก็มีการจัดบูธต่างๆพร้อมคอนเสิร์ทที่หอประชุมใหญ่
น้องๆก็ชวนมาแล้วแต่ติดเลี้ยงรุ่นนี่แหละเลยไม่ได้ไป
ก็พอดีเลยว่างก็เลยแวะไปดูน้องๆทำงานกันหน่อย
เข้าไปท่าพระจันทร์ตอนแรกก็เจอโต๊ะล่ารายชื่อถอดถอนนายกฯก่อนเลยคับ
ช่วงเย็นแล้วก็ยังมีคนเยอะอยู่ เห้นน้องๆเค้ายุ่งอยู่ก็เลยไม่ได้คุยไรมาก
ถ้าติดตามข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์คงพอจะเห็นคำว่า
"อมธ.ออกแถลงการณ์รวบรวมรายชื่อ50,000ถอดถอนนายกฯ"
กันอยู่บ้าง ซึ่งเรื่องนี้มีเบื้องหลังอยู่มากๆคับ แต่ก็ไม่รู้ทั้งหมด
เพราะขนาดน้องๆที่อยู่ข้างในเองยังจำกัดคนที่รู้เรื่องจริงๆเลย
แต่ประเด็นมันอยู่ที่ลงเรือลำเดียวกันแล้วก็ต้องไปด้วยกันจนถึงฝั่งนั่นแหละคับ
ก็อย่างที่บอกว่าเค้ายุ่งกันและเราก็ไม่ได้ลงชื่อก็เลยเดินมาดูที่งานคอนเสิร์ทก่อน
ที่คอนเสิร์ทก็วุ่นๆเหมือนกันตามประสาการจัดงานกับผู้คนมากมาย
เห็นน้องๆเค้าวิ่งกันวุ่นๆก็ไม่รู้จะไปอยู่ตรงไหน ก็เลยไปนั่งดูคอนเสิร์ท
นั่งไปๆมาๆก็สบายเริ่มขี้เกียจ+อยากคุยกะน้องๆก็เลยตัดสินใจเบี้ยวซะงั้นขอรับสรุป...
 
พอจบคอนเสิร์ทก็ได้คุยกะน้องๆก็ได้รู้ว่า ปีนี้แจ๊คพอตมากๆ
ปกติช่วงนี้จะเป็นช่วงหมดสมัย อมธ.แล้วเลือกตั้งใหม่พอดี
มันจะเป็นช่วงหมดแรงแล้วเพราะโดนงานใหญ่ 2 งานมาติด
งานบอล+งานโดมวิชาการ ไม่นับงานย่อยๆอีกมากมาย
ปีนี้ดันมาติดร่างแห งานการเมือง เข้ามาพอดี น้องๆที่ใกล้เป็นศพแล้ว
ก็ต้องกลายเป็นศพเดินได้ทำงานกันต่อไป
เล่าให้ฟังเรื่องงานการเมืองนิดนึงละกันไม่แน่ใจว่าเข้าใจถูกรึเปล่านะ
ก็หลังจากที่หงอก กะ หน้าเต้าหู้ ทะเลาะกันไปมาจนถึงขั้นมีม๊อปเกิดขึ้น
พอมีม็อปคนก็เริ่มนึกถึงนักศึกษา (ไม่รู้ทำไม...)
ใช่คับมี นศ.ไปร่วมรับฟัง รับรู้ แต่ก็ไม่ใช่จะเห็นด้วยทั้งหมด
ก็ไม่รู้ว่าจู่ๆมีแถลงการณ์ฉบับแรกจาก อมธ. ออกมาได้ยังงัย
แต่เข้าใจเจตนาแรกเพื่อจะบอกว่าถึงจะมีม๊อปแต่ครั้งนี้ นศ.ไม่เกี่ยว
และวางตัวเป็นกลาง เพราะไม่เห็นด้วยกับวิธีการ
(ส่วนตัวก็ไม่ชอบวิธีของหงอกและเชื่อว่ามีเจตนาไม่บริสุทธิ์แอบแฝง)
และกำลังปรึกษาเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมกับสังคม
ซึ่งหลังจากแถลงการณ์นี้ออกมาก็โดนด่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ประมาณว่านาทีนี้ใครออกมาด่าเหลี่ยมเป็นฮีโร่หมด
ใครเห็นด้วยกับเหลี่ยมโง่ เป็นกลางก็ไม่ได้ กระแสสังคมมันแรง
ก็ไม่รู้อีกเหมือนกันว่าแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ออกมาได้ยังงัย
แต่สรุปได้ว่าให้มีทางเลือกโดยลงชื่อถอดถอน เลิกใช้ความรุนแรงได้แล้ว
ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ร้ายๆขึ้นมา ประเทศชาติมีแต่จะเสียกับเสีย
แต่มีอย่างนึงที่แน่ใจได้เลยคับคือสื่อตอนนี้ถูกบิดเบือนแทบทั้งหมด
เช่น รายการถึงลูกถึงคนที่เกี่ยวกับเรื่องแถลงการณ์ของ อมธ.
คนที่แต่งตัว นศ.ไปออกรายการนั้นอ้างว่ามาจาก อมธ.
แต่น้อง อมธ.เองยังไม่รู้จักเลยว่าเป็นใคร???
การลากองค์กรมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ต้องคิดอย่างรอบคอบและระมัดระวังจิงๆคับ
ช่างเรื่องการเมืองมันกลับมาเรื่องความซวยของน้องดีกว่า
พอมีการลงชื่อถอดถอนด้วยความตั้งใจดีที่จะเป็นทางเลือกให้สังคม
ก็ต้องมีคนเดือดร้อนมารับหน้าที่ดูแลการดำเนินการ
ซึ่งก็คือซากศพน้องๆที่กรำงานหนัก+ใกล้สอบนี่เอง
เท่านั้นยังไม่พอ เรื่องราวใหญ่โตแบบนี้ย่อมมีสื่อมาสนใจมากมาย
พอผู้ปกครองน้องๆเห็นเข้าเท่านั้นแหละเริ่มมีการเคอฟิวห้ามออกจากบ้าน
งานที่หนักอยู่แล้วก็ยิ่งเหลือคนน้อยลง น้อยลง
คนที่อยู่ก็ไม่ใช่จะไม่มีปัญหากับที่บ้านก็เล่นต้องออกจากบ้านแต่เช้าไปตั้งโต๊ะ
อย่านึกภาพโต๊ะเล็กๆตัวนึงตั้งอยู่นะ กินบริเวณทั้งลานโพธิเลยคับจนกว่าจะได้ที่ทำการใหม่
ตอนนี้ปิดโต๊ะก็ 3 ทุ่ม กว่าจะเก็บของ รวบรวมพูดคุยสรุปงาน ก็ปาไป 4-5 ทุ่ม
กว่าจะกลับถึงบ้านก็แล้วแต่ใครอยู่ใกล้ไกลแค่ไหน ที่ไม่ไหวต้องค้างคืนก็มี
และก็อย่านึกถึงแต่ภาพน้องผู้ชายบึกบึน มีน้องผู้หญิงตัวจิ๋วๆ ต้องตกอยู่ในสภาพนี้ด้วยหลายคนคับ
และเป็นกิจวัตรที่ยังไม่จบง่ายๆ มีผลต่อเนื่องไปอีก 180 วัน
ได้ฟังจากน้องคนนึงมาว่าเครียดมากจนต้องดรอปเรียน...
ได้ไปรับรู้มาอย่างงี้ก็ได้แต่เห็นใจจิงๆคับ...
ไม่อยากจะคิดเลยว่าน้องเหล่านี้ตกเป็น"เหยื่อ"ของใคร...
เลือกเดินมาทางนี้แล้ว ก็ได้แต่ขอเป็นกำลังใจให้สู้ๆต่อไปเน้อ...
 
ปล. update เรื่องมามี๊นิด ตอนนี้ก็ปกติรักษาระดับน้ำตาลต่อไปนะคับ ซึ่งจิงๆตอนเขียน blog อันที่แล้วก็เข้าใจอย่างงี้แหละ แต่อยากเขียนถึงความรู้สึกที่ได้ฟังคำพวกนั้นมากกว่า หลอนมาก...
 
1月23日

ควรรู้สึกยังงัยเมื่อแม่โทรมาลา...ตาย...

เง้อ...ว่าจะไม่อัพจนกว่างานจะเสร็จ จะได้มีเวลามาเขียนเรื่องสบายๆใจใน space ไม่ใช่เขียนบ่นเรื่องงาน แต่แล้วก็มีเรื่องไม่สบายใจให้มาบ่นจนได้ อึดอัดจนเก็บไว้ไม่ไหว....
 
จะต้องรู้สึกยังงัย...
 
เวลาแม่โทรมา...
 
ลาตาย...
 
ไม่ได้สมมติด้วย...
 
เจอจิงๆ...
 
อึ้ง...
 
พูดอะไรไม่ถูก...
 
แค่ฟังก็งงๆละ...
 
ไม่เหมือนเรื่องจริงเลย...
 
เหมือนในหนังหรือละครที่เคยดูๆมาเวลาเค้าล่ำลากันก่อนจากกันไป ก่อนตาย...
 
ต้องร้องไห้ไม๊อะ...
 
แม่ยังอยู่ยังไม่ตาย...
 
ก่อนหน้านี้ไม่กี่สัปดาห์ก็แข็งแรงดีไปกินข้าวกันอยู่ทุกอาทิตย์
 
ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ อยู่กับย่า เจอทิ้งไว้ให้ดูแลย่า ก็ไม่ได้ดูเท่าไหร่หรอกแค่อยู่ด้วยกันย่าดูแลตัวเองได้ อยู่แค่เป็นผู้ชายที่ดูเหมือนจะดูแลสิ่งต่างๆในบ้านได้เท่านั้นเอง ถึงจิงๆจะยังไม่โตไม่ค่อยรู้อะไร ไม่เคยรับผิดชอบอะไรมาก่อน แต่มันก็ถึงเวลาที่จะต้องรู้เองเป็นเองซะที...ก็อยู่ไป รู้ไป รับผิดชอบไป...
 
กลับมาเรื่องแม่...
 
บ้านย่าอยู่ตลาดพรานนก พ่อแม่ก็แวะมาหามาชอปปิ้งผักผลไม้ ทุกอาทิตย์ ก็เจอกันกินข้าวกัน ปกติ
 
ช่วงที่ผ่านมางานยุ่งๆ ก็ทำงานมั่ง วันหยุดก็นอนพัก ถ้าพ่อแม่ก็ออกไปกินข้าวกัน ไม่งั้นพ่อก็ทำกับข้าวมาฝาก
 
อาทิตย์ก่อนนู้น เงียบไปไม่ติดต่อกัน ก็ไม่รู้เรื่องนอนหลับพักผ่อนไปตามเรื่อง
 
กลางๆอาทิตย์แม่โทรมาบอกคิดถึง ก็ถึงเพิ่งรู้ว่าอยู่โรงพยาบาล ก็ป่วยอาการเดิมๆนึกว่าปกติก็รักษาเด๋วก็หาย
 
แม่เป็นเบาหวานขั้นรุนแรงนรกแตกแตนมีช่วงนึงก็เริ่มทำใจไว้มั่งแล้ว แต่พอเราไปบวชกลับมาแม่ก็เหมือนดีขึ้นจากฉีดอินซูลินวันละ 2 เข็ม ก็กินยาแทนน้ำตาลก็ปกติ มาปีกว่า....
 
จู่ๆน้ำตาลก็ขึ้นแบบไม่มีสาเหตุ(หรือเพราะช่วงปีใหม่กินแยะนะ :p) อาการกำเริบ อาเจียนหนักๆทั้งวันก็เข้าโรงพยาบาลไปเช็คนู่นนี่ตามประสาหมอก็สรุปอะไรไม่ได้ รู้แค่น้ำตาลสูง ก็น่าจะลองรักษาไปไม่ใช่หรอ...
 
แต่มันแปลกๆคุยกะพ่อ พ่อทำเสียงสนุกแบบเจื่อนๆเหมือนปิดบังอะไร...งง
 
อีกไม่กี่วัน วันเสาร์ วันงานบอล แม่ก็โทรมาบอกอยากเจอ แต่เราสลบอยู่ไม่ทได้นอนมาทั้งอาทิตย์ ตอนแรกก็กะว่าตื่นแล้วจะไปหาแม่ แต่ตื่นเย็นเกินเลยไม่ได้ไปโทรคุยก็นึกว่าจะเจอวันอาทิตย์...วันอาทิตย์ก็ไม่ได้เจอ...
 
แต่ก็โทรคุยแม่ก็คุยแบบเหมือนสั่งเสียแปลกๆ ให้เก็บตัง ดูแลพ่อ(เข้าใจว่าว่ารวมแม่ด้วย) เราก็เออ ออแบบก็เค้าป่วยคงรู้สึกไม่มั่นคงอยากพูดอะไรมั่งอะไรแบบนั้น
 
วันนี้วันจันทร์ แม่โทรมาสั่งเสียแบบเต็มๆ อึ้งๆงงๆจับใจความได้แค่ว่า
"ถ้าแม่เป็นอะไร แม่รักลูกนะ ลูกทำให้แม่ภูมิใจ....."
พิมพ์แล้วน้ำตาไหลอ่ะ...
จำไม่ได้แล้วพอได้ยินแบบนี้สมองมันเบลอไปหมด
นี่คืออะไร เรื่องจริงหรอ ไม่อยากยอมรับความจริง
แม่ก็อยู่บ้านนิ ไม่ได้อยู่เตียงโรงพยาบาล มาสั่งเสียทำไม
รักษามันอาจจะดีขึ้นไม่ใช่หรอ ทำไมๆๆๆๆๆมาลากันอย่างงี้...
หมอพูดอะไรมา ทำไมถึงเชื่อ เรายังไม่เชื่อเลย
หายสิแม่ต้องหาย คนเป็นเบาหวานทั่วโลกก็มีเยอะไป
กินยาไปมันก็อยู่ได้ ลากันแบบนี้....
"จะให้เรารู้สึกยังงัย..."
 
เราต้องทำตัวยังงัย เราว่าจะไม่ร้องไห้ แม่ยังไม่ตาย
แม่ต้องหาย แต่แม่มาลากันอย่างงี้ มันอดเสียใจไม่ไหว
นี่ก็เพิ่งร้องไห้ตอนมานั่งอัพเสปซนี่แหละ :p
 
บอกพี่ที่ออฟฟิสว่าแม่โทรมาลาตาย เค้ายังงงนึกว่าเราพูดอะไรเป็นเล่นไป ทำไมพูดเล่นหนักแบบนี้ เรายังไม่อยากจะยอมรับความจริงเลย คนล่าสุดที่ลาตายกะเราคือปู่ ปู่สั่งเสียอยากให้เราหาทุนเรียนต่อ เราก็เออออไปแต่ทำงานหาประสบการณ์ก่อน ปีกว่าหลังจากนั้นปู่ถึงเสีย
 
แล้วนี่แม่...
มาลากันตอนนี้...
เอ่อ...
บอกได้แค่ว่า...
อึ้ง...
เสียใจ...
ทำไรไม่ถูก...
เจ้านายให้หยุดงานไปดูแม่...
ก็ไม่รู้สิไปก็ไม่ได้ทำไรให้ดีขึ้น...
งานก็ไม่เสร็จช่วงสำคัญมากๆๆ...
พาจะไม่สบายใจมากกว่า...
เสาร์-อาทิตย์แม่จะยังอยู่รอเราไม๊...
เราต้องทำตัวยังงัย กลุ้มใจมากๆ...
ไม่รู้จะปรึกษาใคร สุดท้ายได้แต่มาลงไว้ในนี้...
เรามันโง่ อ่อนแอ หรือเข้มแข็ง หรือบ้ากันแน่วะ...
แค่คำว่ารักแม่ก็ยังไม่กล้าพูดเลย T-T
ไม่อยากให้น้ำตามันไหล ไม่อยากให้แม่รู้ว่าเสียใจ
ได้แต่พูดปลอบอยากให้แม่สบายใจ...
 
แม่คับ แค่คำว่ารักแม่ผมยังไม่กล้าพูดเลย ลูกชายคนนี้มันไม่เอาไหนเลยจิงๆ T-T
 
 
 
 
 
1月9日

อัพนิดส์...

...งาน...ทับ...กุ...ตาย...
 
全 64 枚中 1 枚目